ทำบุญ อุทิศส่วนกุศล [#1]

posted on 09 Dec 2008 09:22 by dhamweb in dhamma

แก้ธีมใหม่ ยังเละ ๆ อยู่ นิด ๆ กด F5 ด้วยนะครับ

หายหน้าไปสักหลายวันหน่อย ตามธรรมดาที่ภารกิจจะมีมากบ้าง น้อยบ้าง ตามเหตุปัจจัย เอ็นทรี่ที่ผ่านมา แฉแหลก [ความลับทางการค้า] ได้ขึ้น Hot Post ไป และมีคอมเม้นท์มากมายอย่างเกินความคาดหมาย หลาย ๆ เอ็นทรี่นั่งเขียน นั่งพิมพ์อยู่เป็นนานสองนาน ไม่ยักกะได้ขึ้น แต่เอ็นทรี่ที่แล้ว ถ่ายรูปมั่ว ๆ เขียนนู่น เขียนนี่ นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง แปลกดี  เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของเหตุ ปัจจัย อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด เป็นธรรมดาครับ ใครที่เขียนแล้วอยากขึ้น Hot ใจจะขาด ดูไว้ก็แล้วกัน เป็นบทเรียนว่า up ไปเถิด จงมีความสุขกับการได้ up ถ้าไปมัวรอขึ้น Hot มันจะเป็นทุกข์เปล่า ๆ 

อนุโมทนากับทุกคอมเม้นท์ด้วยนะครับ สาธุ สาธุ

มาเข้าเรื่องของเอ็นทรี่ใหม่นี้ดีกว่า

"วันนี้นะคะ ไปทำสังฆทานมา แต่ด้วยความที่ข้างวัดก็เปิดเพลงเสียดัง พระท่านก็ชราแล้ว เสียงค่อนข้างเบา ฟังไม่ค่อยถนัดค่ะ เลยดำน้ำมั่วไปหลายคำ บุญจะไปถึงเจ้ากรรมนายเวรไหมคะนี่"

คำถามนี้ถูกถามมาในเอ็นทรี่ มนต์ เป็นคำถามที่คิดว่าหลาย ๆ ท่านคงจะสงสัย จึงขอนำมาขึ้นเป็นเอ็นทรี่ใหม่ซะเลย เรื่องของการอุทิศส่วนกุศล แล้วถึงเจ้ากรรมนายเวรหรือไม่นี้ มีเหตุปัจจัยหลาย ๆ ประการด้วยกัน

ประการแรกคือมี กุศล ที่จะอุทิศ  เหมือนจะให้อะไรใคร ต้องมีของที่จะให้ก่อน ถูกไหมครับ ทีนี้กุศล หรือบุญกุศล จะเกิดได้อย่างไร จากการถวายสังฆทานเท่านั้นหรือ

บุญเกิดได้ ๓ ทาง ที่เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๓ ประกอบด้วย ทาน ศีล และ ภาวนา

ทาน แปลว่า การให้ ยังแบ่งย่อยได้อีกเป็น อามิสทาน ให้สิ่งของ อภัยทาน การให้อภัย และ ธรรมทาน การให้ธรรมะ ทีนี้บุญที่เกิดจากการให้จะมาก น้อย ต่างกันด้วยปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

  1. สิ่งที่ให้นั้น ได้มาด้วยความบริสุทธิ์ และมีประโยชน์กับผู้รับ
  2. เจตนาของผู้ให้ เป็นเจตนาดีทั้งเวลาก่อนให้ ขณะให้ และหลังจากให้ไปแล้ว
  3. คุณของผู้รับ ผู้รับยิ่งมีคุณมาก ยิ่งได้บุญมาก
  4. ปัจจัยที่พิเศษอย่างยิ่งยวด คือ ผู้รับพึ่งออกจากนิโรธสมาบัติ

ข้อ ๑ - ๓ ดูจะไม่ยากเท่าไร ถือว่าเป็นข้อมาตรฐานครับ ส่วนข้อ ๔ นั้น ยากหน่อย แต่ถ้าหาผู้รับพิเศษอย่างที่ว่าได้ ( ผู้ที่จะเข้านิโรธสมาบัติได้มีเฉพาะ พระอรหันต์ และพระอนาคามีเท่านั้น ) ปรารถนาจะเป็นเศรษฐี หรือ เป็นกษัตริย์ ก็จะได้เป็นภายในวันที่ถวายทานทีเดียว

ในบรรดาทานทั้ง ๓ ประการ พระศาสดาตรัสว่า สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ  การให้ธรรมะ ย่อมชนะการให้ทั้งปวง ( ดังนั้น การ up ธรรมะ ของข้าพเจ้า จึงเป็นบุญมากกกกกกกก  คิดแล้วสบายใจ )

ศีล แปลว่า ปกติ แปลว่า เย็น หมายถึงการรักษากาย และวาจา ให้เรียบร้อย โดยเจตนาเว้นจากการประพฤติชั่วทางกายและวาจา ระดับขั้นของศีลแบ่งได้หลายแบบ เช่น แบ่งตามจำนวน ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ หรือว่าแบ่งตามวิธีการรักษา ที่จะยกมาอธิบาย

แบ่งศีลตามวิธีการรักษา หรือตามเจตนา ได้

  1. เจตนาเว้นเฉพาะหน้า ชนิดไม่ได้สมาทาน ไม่ได้รับศีล อย่างเช่น ยุงมากัดเรา เราเกิดเจตนาไม่อยากฆ่ามันขึ้นมาในขณะนั้น จึงไว้ชีวิตมัน
  2. ศีลที่สมาทาน อย่างเวลารับศีล ๕ จากพระ หรือสมาทานเองว่า วันนี้เราจะไม่ผิดศีล ๕ คือได้ตั้งใจไว้ล่วงหน้า
  3. การเว้นอย่างเด็ดขาด ข้อนี้ทำได้ต้องเป็นพระโสดาบันขึ้นไป เว้นจากการผิดศีล 100 %

ภาวนา  แปลว่า เจริญ คือ ทำให้มี ให้เป็น ให้เกิดขึ้น หมายเอาการทำให้สมาธิ และปัญญา เกิดขึ้นในเรา สามารถแบ่งได้เป็น ๒ คือ

  1. สมถภาวนา การทำให้สมาธิเกิดขึ้น ( สมาธิ คือ การที่จิตมีอารมณ์อันเป็นกุศลเป็นที่ยึดเหนี่ยวอย่างแน่วแน่เพียงอารมณ์เดียว )
  2. วิปัสสนาภาวนา การทำปัญญาเห็นแจ้งให้เกิดขึ้น ( เห็นแจ้งชัดตามความเป็นจริงว่า สังขารไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และ ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา )

ทาน ศีล ภาวนา หรือ แยกเป็น ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้าจะตีค่าเป็นบุญแ้ล้วละก็ ได้บุญเรียงลำดับจากน้อยไปมาก ดังนี้

ทาน < ศีล < สมาธิ < ปัญญา

อ๊ะ อย่าพึ่งคิดว่า อย่างนั้น เราข้ามทาน ศีล สมาธิ ไปเลย ไปเจริญปัญญาทีเดียวเลย ทั้งหมดนั้นเป็นบาท เป็นฐาน เกื้อกูลกันครับ ไม่มีสมาธิ ปัญญาก็ไม่เกิด ไม่มีศีล สมาธิก็ไม่เกิด ไม่เคยให้ทานละความตระหนี่ ศีล สมาธิ ปัญญา ก็ไม่เกิด

ท่าจะยาว วันนี้ขอแค่นี้ก่อนครับ ติดตามตอนต่อไปก็แล้วกัน

บุญรักษาครับ

อ่านเรื่อง ทำบุญ อุทิศส่วนกุศล [#2]  ต่อได้แล้วครับ

Comment

Comment:

Tweet

"up ไปเถิด จงมีความสุขกับการได้ up ถ้าไปมัวรอขึ้น Hot มันจะเป็นทุกข์เปล่า ๆ"

จริงค่ะหลวงพี่ ทุกเรื่องที่ดิฉันได้ up รู้สึกเป็นสุขทุกครั้งเลยค่ะ โดยไม่ต้องหวัง hot ก็ได้ มีคนอ่านสัก ๑ คน หรือมีสัก ๑ ความเห็นก็ดีใจได้แล้วค่ะ เริ่มต้นจากความภูมิใจเล็ก ๆ


ชอบ ชอบ Hot! Hot!

#22 By sangphet on 2009-02-08 19:58

big smile

ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่อง "บุญ" ค่ะ
สงสัยมานานแล้วเหมือนกัน วันนี้ได้คำตอบ
เยอะแยะเลยค่ะ

Hot!

#21 By vanilla_sky on 2008-12-12 13:36

อ่านแล้วก็สบายใจตามไปด้วย
ดีจังคะbig smile

#20 By ppangg on 2008-12-12 02:00

ตอบ ๑๔ เยี่ยมยุทธครับ
ตอบ ๑๕ ได้ครับ ไม่มีปัญหา
ตอบ ๑๖ - ๑๗ ขอบคุณครับ แต่ทีหลังไม่ต้องก็ได้นะ
ตอบ ๑๘ สาธุbig smile

#19 By mahaoath on 2008-12-11 19:23

ขอบคุณค่ะ
question

#18 By ~~ Trinity ~~ on 2008-12-11 10:55

ส่วนใหญ่จะถือศีลแบบตั้งใจเอาเองซะส่วนใหญ่ open-mounthed smile
แค่ตั้งใจก็ได้ใช่มั้ย หลวงพี่ แบบว่าไม่ได้สวดมนต์หรืออะไร แค่นึกเอาเองตอนเช้า ว่าวันนี้จะถือสีลง่ะ

#15 By MANA Cross on 2008-12-10 21:38

....ให้แบบไม่ยึดไม่ติด
....ก็ได้ให้ไปหมดจริงๆ
....ไม่เหลือไว้ให้คิดว่า "ให้"
'block cool!'

#14 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-12-09 20:26

^
^
เอิ๊ก เป็นกุลสตรีที่นั่งพับเพียบไม่ได้ / ผลั๊ว!!
ไม่เป็นไรหรอกครับ แบบที่ถนัดนั่นแหละ
แต่จะบอกความลับให้ฟัง สมัยพรรษาแรก ๆ ก็นั่งไม่ได้ ทั้งคุกเข่า พับเพียบ ต่อมาพยายามฝืน จนในที่สุดพอเส้นยืดแล้ว ก็นั่งได้เอง ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่งเองครับ

#13 By mahaoath on 2008-12-09 19:43

ขอบพระคุณมากค่ะ

มีเรื่องขอถามนิดนึง คือเวลานั่งฟังพระสวดแล้วแบบ
เรานั่งพับเพียบแล้วมันไม่สบายตัวมากๆเลย
จึงทำให้ยุกยิกๆตลอดเวลา เลยนั่งขัดสมาธิแทน
จะเป็นอะไรไหมคะ คือคนอื่นเขานั่งพับเพียบกันหมดเลย
เรานั่งไม่ได้อยู่คนเดียว.. sad smile

#12 By ดอกทอง - Mraz Mania on 2008-12-09 19:38

Hot! อนุโมทนาบุญและขอบพระคุณเจ้าค่ะ รออ่านตอนต่อไปด้วยใจระทึกพลัน sad smile confused smile

#11 By ดาวถัดมา on 2008-12-09 19:06

พยายามหาตัวปัญญาต่อไป เฮ่อ...ผู้รู้อยู่ไหนหนอ

#10 By *~citrus~* on 2008-12-09 18:04

สาธุครับHot!

#9 By on 2008-12-09 16:04

big smile big smile big smile

#8 By เซงครับ on 2008-12-09 15:49

สาธุค่ะ รออ่านตอนต่อไป

#7 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-12-09 15:49

^_^

#6 By Rinna ♥ on 2008-12-09 11:22

หลาย ๆ เอ็นทรี่นั่งเขียน นั่งพิมพ์อยู่เป็นนานสองนาน ไม่ยักกะได้ขึ้น แต่เอ็นทรี่ที่แล้ว ถ่ายรูปมั่ว ๆ เขียนนู่น เขียนนี่ นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง แปลกดี

^
^
^
มานเป็นธรรมดาคะ

อาไรที่มันจิโดนใจคนอื่นเราไม่รู้หรอกเน้อ

รู้แต่ว่าไอ้ที่เราตั้งใจเขียนอะ มานโดนใจเราแหละ

ชิมิคะ big smile open-mounthed smile confused smile sad smile

อัพบล๊อกไป ก็ลุ้นไป 555

#5 By Sovy on 2008-12-09 11:20

ตอบด่วน คุณ nirvana จำไม่ผิดหรอกครับ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ แต่ ทั้ง ๑๐ อย่าง สามารถย่อลงแล้ว ก็อยู่ใน ๓ อย่าง คือ ทาน ศีล และ ภาวนา ทั้งสิ้น
เหมือนกับมรรคมีองค์ ๘ แต่สามารถ ย่อเหลือ ๓ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเองครับ

#4 By mahaoath on 2008-12-09 11:12

รอติดตามตอนต่อไปครับ
Hot! Hot! Hot!

#3 By นักรบ on 2008-12-09 10:54

เอผมไม่แน่ใจว่า บุญกิริยาวัตถุ มี 10 อย่างไม่ใช่เหรอครับ หรือว่าผมจำผิด?

#2 By Nirvana on 2008-12-09 10:53

big smile อิ่ม

#1 By Shuu Exteen on 2008-12-09 10:50




Recommend