ทำบุญ อุทิศส่วนกุศล [#3]

posted on 13 Dec 2008 13:17 by dhamweb in dhamma

จาก ๒ เอ็นทรี่ที่ผ่านมา เราได้ทราบถึงเรื่องของ การทำบุญ และ เรื่องผู้ที่มีสิทธิ์รับส่วนบุญ แล้ว ( ถ้ายังไม่ได้อ่าน เชิญอ่านได้ ตอนที่ ๑ ,ตอนที่ ๒ )

ตอนที่ ๓ นี้มาถึงเรื่องของการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลกันบ้าง พุทธศาสนิกชนคงทราบกันดีว่าเราอุทิศส่วนกุศลด้วยการ กรวดน้ำ หรือ ตรวจน้ำ 

ที่มาของการกรวดน้ำนี้มีปรากฏในพุทธประวัติ เริ่มที่พระเจ้าพิมพิสาร พระราชาแห่งเมืองพาราณสีแคว้นมคธ พระองค์ทำบุญใหญ่ แต่ไม่ได้อุทิศส่วนกุศล ตกกลางคืนบรรดาญาติ ๆ ของพระองค์ที่เป็นเปรต ได้มาส่งเสียงโหยหวลชวนสยอง คือมาขอส่วนบุญนั่นเอง

พระเจ้าพิมพิสารได้ทูลถามพระศาสดาถึงเหตุดังกล่าว พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่าเปรตเหล่านั้นเป็นญาติแต่ปางก่อน ของพระเจ้าพิมพิสาร ที่ต้องเป็นเปรตเพราะในชาติที่พระเจ้าพิมพิสารเป็นอำมาตย์มีหน้าที่ถวายทานแทนพระราชา ญาติ ๆ เหล่านั้น ได้ทำการโกงเงินค่าอาหารทำบุญบ้าง ได้นำอาหารที่เตรียมไว้ทำบุญมาทานกันก่อนบ้าง ตายไปแล้วชดใช้กรรมในนรกเรียบร้อย เหลือเศษ ๆ กรรม ทำให้ต้องกลายเป็นเปรตหิวโหยอยู่เป็นเวลานานแสนนาน พระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ ได้ทรงรับสั่งแก่เปรตเหล่านั้นว่า หลังจากเวลาผ่านไปนานแสนนานจะได้รับส่วนบุญจากการทำบุญของพระเจ้าพิมพิสาร

แต่เมื่อพระเจ้าพิมพิสารได้ทำบุญ แต่ไม่ได้อุทิศส่วนกุศล เปรตเหล่านั้นจึงไม่ได้รับส่วนบุญ และได้มาร้องขอส่วนบุญ พระศาสดาทรงรับสั่งให้พระเจ้าพิมพิสารถวายทานและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ด้วยการตั้งจิตภาวนาว่า

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ

ขอผลแห่งบุญนี้จงมีแก่ญาติ ๆ ทั้งหลาย

สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

ขอให้ญาติ ๆ ทั้งหลาย เป็นผู้มีความสุขเถิด

พระเจ้าพิมพิสารถวายอาหาร ทำให้ญาติ ๆ พ้นจากความหิวโหย ถวายผ้าจีวร ทำให้ญาติ ๆ มีเสื้อผ้าอันวิจิตรสวมใส่ ถวายกุฏิวิหาร ทำให้ญาติ ๆ มีวิมานเป็นที่อยู่อาศัย พ้นจากความเป็นเปรต ไปเป็นเทวดาในทันที

ด้วยเรื่องนี้เองจึงมีคำกล่าวว่า "ทำบุญอย่าลืมอธิษฐาน ทำทานอย่าลืมกรวดน้ำ" มิเช่นนั้น ญาติ ๆ มาทวงส่วนบุญไม่รู้ด้วยครับ

flash back กลับมาสมัยปัจจุบัน การกรวดน้ำที่เราคุ้นเคยกันคือหลังจากทำบุญแล้ว พระจะให้กรวดน้ำ โดยสวดมนต์บทหนึ่ง ที่เรียกว่าอนุโมทนาวิธี คือ บท ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง เป็นต้น

แปลว่าอย่างนี้ครับ

ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง
ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ ฉันใด

เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ
ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วแต่โลกนี้,
ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้วได้ ฉันนั้น.

อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง
ขออิฏฐผลที่ท่านปรารถนาแล้วตั้งใจแล้ว

ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ
จงสำเร็จโดยฉับพลัน

สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา
ขอความดำริทั้งปวงจงเต็มที่

จันโท ปัณณะระโส ยะถา
เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ

มะณิ โชติระโส ยะถา
เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสวควรยินดี ฯ

ในการปฏิบัติให้ถูกต้อง คือเริ่มรินน้ำ เมื่อพระท่านขึ้น ยะถา และรินน้ำให้หมดทันทีเมื่อ ถึง มะณิ โชติระโส ยะถา ไม่ต้องเอานิ้วรองน้ำ ปล่อยให้ไหลเป็นสายระริน ระริน พยายามให้สายน้ำขาดน้อยที่สุด ( ขาดบ้างก็ไม่เป็นไร ) ที่สำคัญคือการอธิษฐาน ตั้งใจอุทิศส่วนกุศล เน้นเลยครับ อย่าสักแต่ว่ารินน้ำ ต้องตั้งใจด้วย ใจเป็นประธาน เป็นหัวหน้า จะถึงหรือไม่อยู่ที่ใจนี่เอง

จบบทยะถา พระจะเริ่มบทให้พรว่า สัพพีติโย วิวัชชันตุ เป็นต้นแปลรวมเลยแล้วกัน แปลว่า

"ความจัญไรทั้งปวงจงบำราศไป   โรคทั้งปวงของท่านจงหาย  อันตรายทั้งปวง จงอย่ามีแก่ท่านท่านจงเป็นผู้มีความสุข มีอายุยืน  ธรรม 4 ประการ คือ  อายุ  วรรณะ  สุขะ  พละ  ย่อมเจริญแก่บุคคลผู้มีปกติไหว้กราบ  มีปกติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่เป็นนิตย์"

ตอนนี้ให้พนมมือรับพรไปจนจบ บทเหล่านี้สำหรับคนเป็น จำไว้ว่า "ยะถาให้ผี สัพพีให้คน" ก็ได้ จำอย่างนี้ง่ายดี

สรุปเลยว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับใจ ถ้าทำบุญกับพระ แล้วพระท่าน ยะถาฯ สัพพีฯ ให้ ก็ใช้ได้ ถ้าทำบุญอื่น ๆ ไม่ได้ทำกับพระ หรือว่า พระท่านไม่ได้ ยะถาฯ สัพพีฯ ( เช่นใส่บาตร ท่านเวลาไม่พอหรอกครับ ) ก็ให้ใช้วิธีพระเจ้าพิมพิสาร

อ่านจบแล้ว ๓ ตอน ทำบุญ อุทิศส่วนกุศลกันเป็นเรียบร้อยแล้วนะครับ

ย้อนกลับมาที่คำถามต้นเหตุของซีรี่ย์ทำบุญ อุทิศส่วนกุศล ที่ว่า  "วันนี้นะคะ ไปทำสังฆทานมา แต่ด้วยความที่ข้างวัดก็เปิดเพลงเสียดัง พระท่านก็ชราแล้ว เสียงค่อนข้างเบา ฟังไม่ค่อยถนัดค่ะ เลยดำน้ำมั่วไปหลายคำ บุญจะไปถึงเจ้ากรรมนายเวรไหมคะนี่" ขอตอบด้วยการถามกลับว่า "ขณะที่ทำบุญและอุทิศส่วนกุศลนั้นเอง ถ้าตัดรายละเอียดปลีกย่อยออกทั้งหมด ดูเฉพาะใจอย่างเดียว ใจเป็นบุญไหม ? และตั้งใจอุทิศส่วนบุญนั้นไหม ?" ตอบตัวเองดูครับ

บุญรักษาครับ

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ ดีจังเลยครับ ส่วนใครที่สนใจเกี่ยวกับ มูลนิธิต่างๆ แหล่งทำบุญ

ทำบุญวันเกิด ผมขอแนะนำ เว็บไซต์ที่ทำเพื่อการกุศล แวะหาข้อมูล

ได้ครับ ที่ http://www.thaimerits.com/ แล้วแวะไปทำบุญกันด้วยนะครับ

#30 By ทัวร์ on 2009-10-09 11:08

ขอบคุณครับ เวลาอุทิศส่วนบุญ ต้องตั้งใจ จำไว้ปฏิบัติครับbig smile

#29 By Nai on 2009-07-19 13:41

^
^
ญาติ ๆ เราทั้งนั้นครับ sad smile

#28 By mahaoath on 2009-07-17 22:56

ทำบุญอุทิศส่วนกุศล...big smile

โบโบ้จะไม่ลืมทำหลังปฏิบัติธรรมนะครับหลวงพี่

^.^


ปล.ความจริงคือกลัวเจอเปรตครับ 555
ท่านคะ วันนี้มีคำถามใหม่อีกแล้วค่ะ จากคุณเปรี้ยวค่ะ นิมนต์ท่านด้วยค่ะที่
http://www.webwatklang.com/index.php?mo=3&art=243421

ขอบพระคุณค่ะท่าน

#26 By มนตรา (58.8.130.102) on 2009-07-06 17:09

เข้าใจแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณหลวงพี่โอ๊ทมากนะคะbig smile
สาธุ

#25 By iDoi* on 2009-04-09 13:03



big smile

กราบนมัสการค่ะ วันนี้มาแบบโลภโมโทสันค่ะ เพราะได้เหมาซีรี่ย์เรื่องยาว 3 ตอนรวดไปไว้ที่เว็บไซด์วัดกลางเรียบร้อยแล้วค่ะ big smile

กราบขอบพระคุณค่ะ

ปล.ยังทันเห็นคุณสแปมที่รีบวิ่งตาตั้งออกไปแล้วค่ะ ...:)

#24 By The Magician (58.8.126.27) on 2008-12-25 18:47

14-15 คุณ dowrun happy สาธุครับ
16 คุณ JUDY นิ่งซะอย่าร้อง
17 คุณตุ้มเป๊ะ ยืนยันว่าได้ครับ
18 คุณ ppangg นัยว่า ต้นไม้ใหญ่เป็นที่อาศัยของรุกขเทวดา การนำน้ำไปรดเพื่อฝากเทวดาไปบอกเปรตทั้งหลาย ที่อาจไม่รู้ หรือไม่ได้อนุโมทนา ให้อนุโมทนาในส่วนบุญที่ส่งไปครับ
19-20 คุณสแปม ไม่ซื้อครับ
21 คุณนางสาวความสุข ครับจำง่ายดี
22 คุณสแปม เอ๊ะ บอกว่าไม่ซื้อไง tongue

#23 By mahaoath on 2008-12-16 12:44

"ยะถาให้ผี สัพพีให้คน"

เพิ่งทราบก็วันนี้ จะจดจำไว้ค่ะ
ทำไมต้องนำน้ำ ที่อุทิศเสร็จแล้วไปเทลงที่ต้นไม้ใหญ่
ต้นไม้เล็กๆ ได้ไหมคะ เช่น ต้นมะม่วงที่ยังเล็กอยู่น่ะคะ

#18 By ppangg on 2008-12-15 04:37

อยากขอคอนเฟิร์มค่ะ เรื่องการกรวดน้ำ เค้าว่าไม่ต้องกรวดก็ได้ค่ะ แค่เพียงอธิษฐานส่งจิตว่าให้ใคร คนๆ นั้นก็ได้รับ embarrassed ใช้ได้ไม๊คะ ที่ต้องการทราบเพราะบางทีก็ไม่สะดวกที่จะกรวดน้ำจริงๆ นะ่ค่ะ

#17 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-12-14 20:23

หืม
ยะถาให้ผี
สัพพีให้คน


แง

#16 By JUDY on 2008-12-14 20:09

ขอบคุณที่มาบอกเล่าให้ฟังค่ะHot!

#15 By dowrun happy on 2008-12-14 19:48

ขอบคุณที่มาบอกเล่าให้ฟังค่ะHot!

#14 By dowrun happy on 2008-12-14 19:48

คุณ vanila sky ยินดีครับ
คุณ #12 คุณ spam ซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น เหนื่อยหน่อยนะครับ

#13 By mahaoath on 2008-12-14 14:29

Hot! Hot! Hot!

ได้ความรู้เป็นกอบเป็นกำ

ขอจดไว้ไปท่องจำกันลืมค่ะ

^__^

ขอบคุณมากนะคะ



big smile

#11 By vanilla_sky on 2008-12-14 13:38

ตอบ
คุณสิ้นสุด (ชื่อยาวจัง) ไว้มีอะไรถามมาอีกได้เลยนะครับ
คุณ tiew คุณ citrus สาธุครับ
คุณหมายเลข ๔ เป็นคุณสแปม เลยซ่อนไว้ก่อนนะครับ ยังไม่ลบ เก็บไว้เป็นข้อมูลและหลักฐาน
คุณ Trinity เจริญธรรมครับ
คุณ mommom เป็นหน้าที่ครับ
คุณ เจา ทำถูกแล้วครับ เลือกเอาตามจริตของตนเอง อย่างไหนได้ผลดีที่สุด เลือกอย่างนั้น
คุณ สโนไวท์ big smile big smile big smile
ท่านรี่ ท่านเคยบอกกระผมแล้วทีหนึ่ง กระผมก็ลืมอีกแล้ว สาธุครับ

#10 By mahaoath on 2008-12-14 10:30

ทางเหนือเรียก "หยาดน้ำ" ขอรับ

อิ อิ

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#9 By Dhammasarokikku on 2008-12-14 03:16

สาธุ เพิ่งจะรู้คำแปลบทกรวดน้ำวันนี้เองค่ะ big smile Hot!
อ่า ปกติเจาไม่ค่อยได้กรวดน้ำค่ะ ท่านมหาฯ เจาสวดอิทัง ปุญญะผะลัง ฯลฯ แห้งดี ^^; ถ้ากรวดน้ำ เจาจะมัวแต่ concentrate กับน้ำ ว่าจะขาดไม่ขาด แล้วอาจจะลืมตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลให้ครบถ้วนHot!

#7 By Rinna ♥ on 2008-12-13 23:49

ขอบคุณที่นำมาบอกกล่าวค่ะ..

big smile Hot!

#6 By PunPrai on 2008-12-13 22:46

ความรู้เก่าๆ

ที่นำมาเผยแพร่ใหม่

ความรู้เพิ่มพูนมากขึ้น

สาธุ สาธุ

#5 By ~~ Trinity ~~ on 2008-12-13 21:06

Hot! สาธุ

#3 By *~citrus~* on 2008-12-13 18:41

สาระเด่น เป็นเรื่องควรรู้ big smile

#2 By ทิว แอด ไฟน์ on 2008-12-13 18:22

Hot! confused smile ได้คำตอบและวิธีการที่ถูกต้องแล้วค่ะ
มีผู้รู้มาเรียบเรียงเหตุผลที่มาที่ไปแบบนี้ ทำให้เราเข้าใจสิ่งที่ืำทำ และทำได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ สาธุ surprised smile

#1 By ดาวถัดมา on 2008-12-13 14:48




Recommend