ความคิด ความรู้สึก ที่เคยมีต่อชาวเขา โดยเฉพาะชาวปกาเกอะญอ หรือ ปกากญอ ที่พวกเราชอบเรียกกันว่ากะเหรี่ยงนั้น ฝังรากลึกตั้งแต่ครั้งที่เดินทางไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว แจกสิ่งของ ในคราว "บินเดี่ยวไปกับสายลม" เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ความคิดเดิมคือตัดสินพวกเขาว่าด้อยกว่า จนกว่า แย่กว่า สู้พวกเราชาวเมืองไม่ได้สักนิดเดียว

ความคิดนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อได้ไปสัมผัสชาวปกากญออย่างใกล้ชิด ได้แลกเปลี่ยนความคิด ได้สนทนากัน ตลอดเวลา ๕ คืน

สถาบันอาศรมศิลป์ เป็นสถาบันอุดมศึกษาทางเลือกใหม่ มีแนวคิดในการศึกษา และการเรียนรู้ที่เปิดโลกทัศน์ให้กับผู้เรียนด้วยการหาประสบการณ์ตรงเป็นหลัก  วิชาหนึ่งที่น่าสนใจ และทำให้ทำลายความเชื่อที่ผิด ๆ ของตนเองลง คือวิชาธรรมชาติวิจักขณ์

หลายคนคงสงสัยว่าหลวงพี่โอ๊ทไปเกี่ยวข้องอะไรกับอาศรมศิลป์ และวิชานี้ จริง ๆ ก็ไม่ได้ลงเรียนหรืออะไรหรอกครับ เพียงแต่เคยได้ทำงานร่วมกันในบางวิชาที่มีกัลยาณมิตรไปเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่นั่น และได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมศึกษาธรรมชาติวิจักขณ์ด้วยเท่านั้นเอง

ตลอดระยะเวลา ๓ คืน ในหมู่บ้านสบลาน ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ และอีก ๒ คืน ที่พวกเราทั้งอาจารย์ เจ้าหน้าที่ กับนักศึกษา ได้พากันปลีกวิเวกเข้าไปอยู่ในป่าจริง ๆ  ไม่ให้เห็นกัน ไม่ให้คุยกัน ให้อยู่กับตัวเอง ดูสภาวะ ดูธรรมะ ดูธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งภายใน และภายนอก รวมถึงการได้แลกเปลี่ยนความรู้ อันที่จริงควรเรียกว่าได้เรียนรู้ความเป็นอยู่ ชีวิต วัฒนธรรม และวิถีของปกากญอจากพะตี่ตาแยะ พะตี่แดง พะตี่หล้า พะมื่อ เจ๊าะชัย บูน หรือแม้กระทั่งเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน ๕ คืนอันมีค่า ได้ทำลายกำแพงความคิด ทำลายความไม่รู้ลงจนหมดสิ้น เมื่อได้พบว่าจริง ๆ แล้ว ปกากญอ ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนเมืองเลย กลับมีความเหนือกว่าอย่างยิ่งในด้านจิตใจ

ธรรมะมากมายผ่านออกมาจากปากของผู้เฒ่า และคนหนุ่ม โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวว่าเป็นธรรมะชั้นสูงของพระศาสดา แต่พวกเขาเรียนรู้ธรรมะเหล่านั้นจากธรรมชาติ และสืบทอดต่อกันมาในรูปแบบของนิทาน และบทเพลง คนอื่น ๆ ที่ไปด้วยกันอาจมองว่า "คม" มาก ๆ แต่หากผู้ใดได้ผ่านการเรียนปริยัติธรรมมาบ้างจะบอกได้ทันทีว่า นี่คือธรรมะเดียวกับพระพุทธเจ้า

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะพระพุทธองค์ทรงเรียนธรรมะจากธรรมชาติเช่นกัน ทั้งธรรมชาติภายนอก และธรรมชาติภายใน โดยเฉพาะธรรมชาติของ จิต เจตสิก รูป และนิพพาน

ภาพภายนอกที่มองด้วยสายตาคนเมืองว่าพวกเขาน่าสงสารนั้น กลับกลายเป็นว่าการที่เขาเหล่านั้นไม่มีปัจจัยต่าง ๆ เหมือนกับคนเมือง เพราะพวกเขามองว่ามันเป็นส่วนเกิน เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น ในเมื่อเขาสามารถหาแทบทุกอย่างได้จากป่าและน้ำ และแน่นอนพวกเขารักป่า และรักน้ำมากเกินกว่าที่คนเมืองที่ถูกสอนกันผิด ๆ มาแต่เด็ก ๆ ว่าชาวเขาทำไร่เลื่อนลอย ทำลายป่า จะสามารถเข้าใจได้

ปกากญอ ไม่เคยทำไร่เลื่อนลอย แต่พวกเขาทำไร่หมุนเวียน ทำแปลงหนึ่งปีนี้ ปีหน้าไปทำแปลงอื่น จน ๗ - ๑๐ ปี จะวนกลับมาแปลงแรกอีกครั้ง ดินได้พักฟื้น ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ย ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลง ไร่ที่ทำเป็นพืชผสม ไม่ใช่พืชเชิงเดี่ยว พวกเขาปลูกทุกอย่างที่กิน

ปกากญอ ไม่เคยเผาป่า แต่พวกเขาเผาไร่เฉพาะแปลงที่ทำในปีนั้น ๆ และแน่นอน การทำแนวกันไฟ ไม่ให้ลุกลามออกไปนั้น เขาทำเป็นก่อนคนเมืองจะรู้เสียอีก

ปกากญอมีป่าหลายอย่างอยู่รอบ ๆ หมู่บ้าน ป่าใช้สอย สำหรับนำไม้มาใช้ ป่าความเชื่อที่ห้ามตัดเด็ดขาด ป่าอนุรักษ์ ที่นำบางอย่างมาใช้ได้ นอกจากนั้น ปกากญอ ยังมีต้นไม้ต้องห้ามมากมาย ที่ห้ามตัด ห้ามทำลายเด็ดขาด

ปกากญอรู้จักรักษาน้ำ รักษาปลา การถ่ายของเสียลงน้ำเป็นเรื่องต้องห้าม การจับปลาในเขตต้องห้าม ในฤดูต้องห้าม เป็นความเชื่อที่มีมานานแสนนาน

ปกากญอกล่าวว่า "ได้กินจากป่า ต้องรักษาป่า ได้กินจากน้ำ ต้องรักษาน้ำ" และยังกล่าวถึงพวกเราคนเมือง หรือที่พวกเขาเรียกว่า "คนปลายน้ำ" ว่า "ปกากญอรักษาต้นน้ำไว้ให้คนปลายน้ำ อยากให้คนปลายน้ำรักษาปลายน้ำไว้ให้ปกากญอด้วย" หากว่าวิถึของปกากญอยังคงอยู่เพียงใด ป่าไม้ และสายน้ำจะไม่มีวันหมดไปจากพื้นที่ของพวกเขาเป็นแน่แท้

จากประสบการณ์ของครูเนา อดีตครูอาสาในหมู่บ้านปกากญอแถบสังขละบุรี ผู้เคยล้มเหลวในการพยายามรักษาวิถีปกากญอมาแล้ว ทำให้รู้ว่า คนปลายน้ำ หรือคนเมืองนี่เอง ที่ตัดสินแทนปกากญอว่า พวกเขาควรมีความเป็นอยู่อย่างไร แล้วนำความเจริญทางวัตถุเข้าไปยังหมู่บ้าน ๆ หลาย ๆ แห่ง นำไฟฟ้าเข้าไป นำโฆษณา นำอาหารการกินแปลก ๆ เข้าไป นำกิเลสแห่งตน ไปยื่นให้กับปกากญอ เป็นการทำลายวิถึชีวิตของผู้ที่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าป่าและน้ำ

ข้าพเจ้าคงต้องทบทวนบทบาทตัวเองใหม่ ในการนำสิ่งของไปให้พวกเขา คราวที่แล้วข้าพเจ้าคิดว่าเป็นการไปอนุเคราะห์ผู้ที่ด้อยกว่า แต่คราวนี้คงต้องเป็นการนำสิ่งของไปฝากญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ นำไปให้แทนคำขอบคุณที่ช่วยรักษาต้นน้ำไว้ให้เรา

นอกจากนี้ข้าพเจ้าขอปวารณาตนเป็นอีก ๑ แรง ๑ เสียง ที่จะช่วยผลักดัน พรบ.ป่าชุมชน ฉบับที่ร่างโดยชาวบ้าน ให้บังคับใช้  แม้ว่าเสียงของข้าพเจ้าจะน้อยนิด และไม่มีค่าอันใดเนื่องจากไม่สามารถลงคะแนนใด ๆ ได้ตามกฎหมายก็ตามที

หนักมากเอนทรี่นี้ พักกันด้วยภาพจากการเดินทางครั้งนี้ดีกว่า อ่านแล้วชอบก็กดดาวนะครับ ช่วยขยายเสียงเล็ก ๆ นี้ให้ดังขึ้นอีกหน่อยจะเป็นการดีมาก ๆ และถ้ามีโอกาสจะจัดทริปอย่างนี้ให้ได้ไปสัมผัสกันครับ

บุญรักษาครับ

 แสงเทียนกลางที่ประชุม ทำให้เราเห็นด้วยใจชัดเจนยิ่งขึ้น

เทียนหลายเล่ม ท่ามกลางความมืดมิด

ป่าที่เขารักษาไว้ให้เรา

ต้นไทรยักษ์กลางป่า

นี่ก็น้ำที่เขารักษาไว้ให้เช่นกัน

น้ำในห้วยใสมาก ๆ

ลำน้ำแม่ขาน ไหลลงแม่น้ำปิง ไม่นานก็มาถึงปลายน้ำที่อ่าวไทย

แม่น้ำแม่ขาน

มองจากมุมที่อยู่วิเวกรูปเดียว

ป่าสมบูรณ์มาก

อาหารเลิศรส ทุกอย่างหาได้จากป่า และน้ำ

ข้าวและกับห่อใบตองมัดด้วยตอก

ผู้มาเยือน

ฝูงควายกำลังเลาะลำน้ำ

ปิดท้ายด้วยโรงเรียนที่ชาวรุ่งอรุณ และอาศรมศิลป์ ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันสร้าง พร้อมที่จะเปิดสอนหลักสูตรทางเลือกใหม่ ที่จะรักษาไว้ซึ่งวิถีปกากญอ รักษาไว้ซึ่งผืนป่าและสายน้ำ

โรงเรียนง่าย ๆ มุงตองตึง พื้นเป็นไผ่สับ ยังไม่มีฝา

มีภาพ และเรื่องราวอีกส่วนอยู่ที่่ Playground ตามไปอ่านกันได้ครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot!
สถาบันอาศรมศิลป์ในเครือร.ร.เราเองค่ะconfused smile
น่าภูมิใจดีเนอะ

#41 By namnampai on 2010-01-07 23:28

กำลังมองหาหนทางแห่งความงามอยู่รึเปล่า

เราขอนำเสนอทางเลือกที่น่าอัศจรรย์

ผลิตภัณ กลูตาไทโอน เพื่อความงาม

เราขอนำเสนอด้วยราคาพิเศษ

#39 By หมูน้อย on 2010-01-01 17:07

Hot! Hot! Hot!

#38 By sky -_- on 2009-12-31 18:44

เราสิน่าสงสาร ไหลไปตามกระแสกิเลส sad smile

#37 By หมีบ้า on 2009-12-29 19:33

OTL ให้เเก่ชาวเขาHot! Hot! Hot!

#36 By kitsune on 2009-12-29 19:08

ดีจังฮะ เป็นคนที่รักธรรมชาติจริงๆ

ตามเมืองคงหาไม่ได้แล้วทั้ง ^^

....ผมรักทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นธรรมชาติ....

#35 By Domain_Dote on 2009-12-29 18:54

ต้องขอขอบคุณมากกว่าสงสารสินะconfused smile
เค้ามีความคิดดีๆ เกี่ยวกับการทำไร่ทำสวนเยอะจริงๆ ค่ะ...
Hot! Hot! Hot!

#34 By RIKO~Y on 2009-12-29 16:23

Hot! big smile

#33 By annmind on 2009-12-29 14:49

Hot!

#32 By ธรรมธารา on 2009-12-29 14:01

Hot! Hot! Hot! อ่านแล้วได้แง่คิดดีๆเยอะเลยครับ

confused smile คงต้องหันกลับมามองตัวเองใหม่

#31 By เสี่ยแนน on 2009-12-29 13:30

Hot! Hot! Hot! Hot!
สุดยอดจริงครับสำหรับคนต้นน้ำ
คนปลายน้ำอย่างเราๆกลับไม่ร้จักรักษาสิ่งที่มีค่าเหล่านี้

#30 By tonban on 2009-12-29 12:20

Hot!

เรารักษ์ป่า

ป่าก็รักเรา

#29 By rubino on 2009-12-29 09:34

เห้นแล้วอยากไปชมของจริงสักครั้งconfused smile

#28 By pakazite on 2009-12-28 23:38

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#27 By ฝนเดือนเมษา on 2009-12-28 22:43

big smile big smile Hot!

#26 By Katuar on 2009-12-28 18:27

โอ้ววววววว

#25 By mini-teddy on 2009-12-28 17:17

confused smile เห็นจะจริง..

#24 By on 2009-12-28 17:14

Hot! Hot! Hot!

คิดถึงค่าย
หนูก็เคยไปทำค่ายกับชาวเขาปกากญอเหมือนกันค่ะ
อยู่ป่าสบายใจกว่าอยู่ในเมืองนะคะ
เพราะว่าป่าเป็นอะไรที่ทำให้เราสบายใจ
อยู่แล้วไมมีเรื่องที่ทำให้ต้องกังวลใจอะไร
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยู่ในเมืองจะไม่ดีนะ
มันก็ดีของแต่ละสถานที่แหละค่ะ
แล้วแต่ว่าคนเราจะชอบอยู่ที่ไหนและอยู่ไหนมีความสุขกว่าHot!

#22 By 優月 on 2009-12-28 16:49

บรรยากาศดีมากเลยตนับ

#21 By Xdax iPSP60 on 2009-12-28 13:22

Hot!

#20 By Nai on 2009-12-28 12:19

Hot!

#19 By แอ้ on 2009-12-28 11:33

อยู่ป่าเป็นอะไรที่สนุกมาก
double wink

#18 By +*_Non Step_*+ on 2009-12-28 11:28

Hot! Hot! อยากไปอยู่ป่าเพราะแบบนี้แหละค่ะ

#17 By hobbyburn on 2009-12-28 10:47

Hot! Hot! Hot!
อ่า ไม่เคยรู้เลย

#16 By ไทดี้ on 2009-12-28 08:26

big smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#15 By dp on 2009-12-28 02:18

Hot! Hot!

#14 By Mr. Aey on 2009-12-27 23:22

Hot! big smile

#13 By fiothiel on 2009-12-27 22:41

สบายๆ

#12 By Shuu Exteen on 2009-12-27 22:36

Hot! Hot! Hot!

big smile big smile big smile

#11 By Dhammasarokikku on 2009-12-27 22:33

ช่วยประสานเสียง Hot!

#10 By นักรบ on 2009-12-27 21:57

ชาวเขารู้วิธีที่จะปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ
ส่วนชาวเมืองรู้วิธีปรับธรรมชาติเข้าหาตัว

Hot!

ชาวไทยภูเขามีภูมิปัญหาและแนวคิดที่ชาวไทยพื้นราบเราคาดไม่ถึงอีกเยอะค่ะ ศึกษาผ่านทัศนคติของเขา แล้วหันมามองสังคมของเราแล้ว จะเห็นความแตกต่างอะไรหลายอย่างเลยทีเดียวbig smile

#9 By kororo on 2009-12-27 21:33

Hot!

#8 By Rinna ♥ on 2009-12-27 21:16

Hot! Hot! Hot! Hot! แจ๋วค่ะ big smile

#7 By Cotton on 2009-12-27 21:06

#2 NoA.r.t Boy เป็นข้าวดอยครับ คล้าย ๆ ข้าวเจ้า แต่เมล็ดสั้นกว่า และหอมกว่าข้าวสีด้วยเครื่องมากมาย ส่วนกับเป็นหน่อไม้สับ ปรุงด้วยอะไรบ้างก็ไม่ทราบ เค็ม ๆ มัน ๆ ครับ

#6 By mahaoath on 2009-12-27 18:45

สวัสดีปีใหม่ครับHot!

#5 By b-padung Studio on 2009-12-27 18:44

Hot! Hot! Hot!


big smile

#4 By HeDw!g on 2009-12-27 18:44

Hot! Hot! Hot!
นี่ที่เขาว่ากันว่าอย่าเอาไม้บรรทัดของเราไปวัดคนอื่น จริงๆ ด้วยนะคะ สิ่งที่เราคิดว่าดีสำหรับเขา เขาอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้นเลยก็ได้

ขอขอบพระคุณหลวงพี่ที่นำเรื่องราวดีๆ มาเล่าสู่กันอ่านค่ะbig smile

ป.ล. ชอบ tag คำบรรยายภาพที่กรุณาใส่ค่ะ สีของรูปแสงเทียนตัดกับความมืดสีดำนี่เห็นได้ชัดจริงๆ ค่ะ แต่รูปอื่นก็ได้คำบรรยายช่วยเสริมสร้างจินตนาการค่ะ big smile

#3 By blind bookworm on 2009-12-27 18:43

(เอ... อาหารท่เห้นิใช่ข้าวเหนียวกะห่อหมกป่าวครับ)

เราน่าจะอายนะครับถึงแม้ชาวเขาที่บางคนยังไม่มีสันชาติไทยแต่เขาก็ดูแลรักษาบ้านเมืองที่เขาอยู่(ดูอย่างห่อข้าวเขาดิยังใช้ใบตอง)

แล้วมาดูเราสิครับ ถุงพลาสติก ห่อพลาสติก

วันนี้ผมปั่นจักยานไปเล่นบาสเนี่ยเจอคนขี่มอไซต์ไปที่ไกล้ๆเองผมว่านอกจากเปลืองน้ำมันแล้วมันสร้างมลภาวะอีก sad smile เฮ้อคนเรา

#2 By NoA.r.t Boy on 2009-12-27 18:42

Hot! Hot!

#1 By iDoi* on 2009-12-27 18:37




Recommend