ของขวัญ

posted on 02 Sep 2008 17:51 by dhamweb

Wisdom sails with wind. Winds of wisdom would silently blow the candle of learning to mankind.

.....

Wisdom sails with wind and time. Winds of wisdom would silently blow the candle of learning to mankind.
Time would reveal the secret of life that the higher you climb on the mountain, the harder the wind blows.

.....

Thousands of candles can be lit from a single candle. So the life of the candle will not be shortened.

.....

( Thank you very much Montra for this very beautiful poem. )



จากบทกวี มาอ่านเรื่องสั้นกันดีกว่า ไม่ได้แต่งเองนะ เจ้าของเรื่อง ( คนเดียวกับที่แต่งบทกวีด้านบน ) แต่งมาถวาย โดยหยิบเอาข้อความจากตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อย ทั้งในบล็อก ในเมล และจากการสนทนากัน มาปะติดปะต่อกันด้วยจินตนาการอันกว้างไกลของเธอ กลั่นออกมาเป็นเรื่องสั้นเรื่องนี้เอง

เกริ่นนำ โดย The Magician: เรื่องสั้นเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกให้กับความรักอันยิ่งใหญ่ของ คนสองคนที่ได้ผ่านบทสอบของชีวิตมาอย่างหนักหน่วง ก่อนที่กาลเวลาจะผ่านเลย จึงควรนำมาเป็นอนุสรณ์แห่งการสำนึกดีของผู้เป็นลูกทุกคน ทั้งนี้ได้อิงกับข้อมูลที่พระมหานัธนิติ สุมฺโนถ่ายทอดไว้ในเว็บไซด์สายลมแห่งปัญญา เรื่อง Tag: ทำความดีที่สุดในชีวิต http://dhamweb.exteen.com/20081114/tag ที่หลายคนพอได้เข้าไปอ่านแล้วบอกว่า ขนลุกและน้ำตาคลอเบ้า และหากบทความเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์บ้างในทางใดทางหนึ่ง ก็ขออนุโมทนาคุณความดีที่เกิดขึ้นถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อการทำงานเพื่อพระ ศาสนาของพระมหานัธนิติและการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของมารดาท่าน ...หวังว่าคำถามเรื่องทำความดีที่สุดในชีวิต จะคงอยู่ในหัวใจของทุกคน

ชีวิตนี้เพื่อเธอคนเดียว

มนตรา  เลี่ยวเส็ง

ผมมาอยุธยา ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ แม้จะเป็นบ้านเกิดของพ่อและแม่ของผมเอง หากแต่ก็ไม่เคยได้ย่างกรายมาเหยียบที่นี่เลยสักครั้ง เพราะต่างจังหวัดสำหรับผมแล้วต้องเป็นพัทยา ไม่ก็เขาใหญ่ สัตหีบ แหล่งบันเทิงยามราตรีสำหรับพวกขี้เมาทั้งเมานครบาล เมาภูธร เมาสัญจรอย่างผม ครั้งที่หนัก ๆ หน่อย ก็เมาแล้วไม่ขับแต่จับรถทัวร์ไปต่างจังหวัดไกล ๆ แทน

ชีวิตผมไม่เคยอยู่นิ่ง มันมักสอดส่ายไปมาบางครั้งก็ช้า บางครั้งก็เร็ว ตามจังหวะและลีลาประสาหนุ่มโสดที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย หลายคนบอกว่าผมเป็นคนเก่ง แม้เป็นคำชมที่ออกจะเกินจริงไปสักหน่อยแต่ก็ไม่เคยมีอะไรที่ผมทำไม่ได้ ความสำเร็จของผมมันเริ่มตั้งแต่สมัยที่เด็กผู้ชายของเมืองไทยยังติดหนัง เรื่องแบทแมนภาคแรกที่ช่อง 3 นำมาออกอากาศในตอนเย็น สมัยนั้นผมทุ่มเทกับเรียนเสียจนฝาบ้านเต็มไปด้วยถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร ต่าง ๆ ผมรู้ว่าพ่อภูมิใจกับมันมากทีเดียว เมื่อความเก่งบวกกับเก๋า มันทำให้ผมกลายเป็นผู้นำของรุ่นเมื่อถึงวัยที่เสียงแตกหนุ่ม บทบาทผู้นำของผมเริ่มต้นจากการแนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จักกับกีตาร์อันถือเป็นอาภรณ์สำคัญของลูกผู้ชายในสมัยนั้น เมื่อกีตาร์ได้มาเจอกับเพื่อน บุหรี่ เหล้า การเที่ยวเตร่และเรื่องคะนองต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นตามมา คืนฝันในวันก่อนของผมจึงเต็มไปด้วยเรื่องตื่นเต้นและเร้าใจมากมาย

มันมาจบเห่เอาตอนที่ผมได้รับซองขาวจากผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ด้วยผลงานที่เพียรสร้างตลอดช่วง 2 ปีที่เรียนในระดับชั้นเตรียมอุดมศึกษา ผมได้มันมาจากโรงเรียนชายล้วนที่ถือว่ามีชื่อที่สุดของประเทศซะด้วย โรงเรียนที่คนรวยเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เดินเข้าไปเหยียบได้ โรงเรียนที่พ่อกับแม่เที่ยวเอาไปคุยอวดใครต่อใครว่าลูกชายคนโตเรียนอยู่ที่ นี่ ชีวิตที่หรูเลิศของผมเหมือนจะจบลงแค่นั้นพร้อมกับความผิดหวังครั้งแรกของแม่ แต่คนอย่างผมไม่เคยจนมุม ผมสอบเทียบผ่านและกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผมรู้ว่า...แล้วผมจะทำมันได้!

และผมก็ทำมันได้จริง ๆ โดยสามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศ ในคณะที่เป็นที่ใฝ่ฝันของหลายคน พอรู้ข่าวว่าลูกชายสอบติด แม่ถึงกับออกมารำรับขวัญที่หน้าประตูบ้านสีหน้าเอิบอาบไปด้วยความสุข ส่วนพ่อนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นคนเงียบ ๆ มาแต่ไหนแต่ไร แต่ภายใต้ความเงียบกลับมีความเข้าใจให้แก่ผมเสมอมา ด้วยเหตุนี้กระมังผมจึงสนิทกับพ่อมาก ดูเหมือนพ่อและแม่จะเป็นทุกอย่างสำหรับผม แต่กระนั้นผมก็ไม่มีเวลาให้กับครอบครัวมากนัก เพราะมันมักจะหมดไปกับบรรดาผองเพื่อนที่ดูจะหนาหูหนาตาขึ้นทุกที

ค่ำคืนที่เคว้งคว้างจบลงแล้วพร้อมกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมหันมานุ่งกางเกงสแลคอย่างดี สวมเสื้อเชิ้ตขาวพร้อมกับผูกเน็คไทของมหาวิทยาลัยขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกัน ยังต้องนุ่งกางเกงขาสั้นถือกระเป๋านักเรียนวิ่งเตะบอลอยู่ วันใหม่ของผมเริ่มต้นด้วยความหวังและความฝัน มันช่างงดงามไม่ต่างอะไรกับวันนี้ ที่ผมได้มานั่งมองดูแสงอรุณรุ่งทาทาบขอบฟ้าที่อยุธยา สัญญาณแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ต่างกันก็ตรงที่วันนั้นความหวังของผมมันช่างร้อนแรงและแข็งกร้าวราวพยัคฆ์ หนุ่ม ผมหวังว่าผมจะกู้หน้าวงศ์ตระกูลด้วยการคว้าเกียรตินิยมมาครองให้ได้ และผมก็ฝันที่จะทำงานในบริษัทดี ๆ ที่ไหนซักแห่ง เรียนรู้สายสนกลในทั้งหมด จากนั้นแล้วผมจะตั้งบริษัทของตัวเอง เพื่อที่วันหนึ่งมันอาจจะเดินเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ก็ได้ ใครจะรู้ แต่ฝันของผมในวันนี้กลับตรงกันข้าม มันเรียบง่ายจนนึกไม่ถึง ผมแค่ต้องการหาความสงบและเรียนรู้พระธรรม ที่จะเป็นเสาหลักสำคัญของชีวิตที่เรรวนซวนเซของผมต่อไป

 

ผม มีเวลาอีกนิดหน่อยที่จะนั่งนึกถึงวันคืนเก่า ๆ ที่ผ่านมาก่อนพิธีการโกนหัวจะเริ่มขึ้น ผมนึกถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่ได้ให้อิสระมากมาย การมีเวลาว่างที่เยอะขึ้นทำให้ผมมีเพื่อนใหม่ทั้งที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพื่อนรุ่นน้องและเพื่อนรุ่นพี่เพิ่มขึ้น แล้วมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนนั้นก็มีระบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่แรงซะด้วย มันเข้มและแรงเหมือนการรับน้องที่หล่อหลอมพวกเราให้เป็นหนึ่งเดียว แถมยังแนบแน่นเมื่อได้มาเจอกับเพื่อนรู้ใจไฮโซที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน ทั้งกินเหล้า เล่นการพนันและท่องไปในราตรียังโลกแห่งแสงสีและความสุนทรีย์หลากหลายรูปแบบ ผมเริ่มชอบชีวิตเด็กมหาลัยแล้วซิ

ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าผมติดมันงอมแงมเลยทีเดียว ผมติดเพื่อน ผมติดเที่ยว ผมติดการพนัน ผมติดเหล้า ผมหันมากินเหล้าแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่เว้นแม้ก่อนจะเข้าเรียน แถมยังเดินเข้าห้องเรียนด้วยสีหน้าเฉยเมยไม่สะทกสะท้านกับสายตาของเพื่อนคน อื่น ๆ ที่มองมา มันกลายเป็นความภูมิใจเสียด้วยซ้ำเมื่อผมสามารถสอบผ่านได้ทุกวิชา ขณะที่เพื่อนบางคนกลับต้องนั่งแก้แล้วแก้อีก ก็ผมรู้จักหาวิธีการผ่อนคลายให้กับตัวเอง ถ้าวันไหนเครียด ๆ ก็ชวนกันไปที่ซุ้มของภาควิชาเพื่อประลองฝีมือ เกมส์ที่ไม่เหนื่อยแถมไม่โฉ่งฉ่างให้อาจารย์จับได้เห็นจะไม่มีอะไรเกิน “เลียบตุ่ย” การพนันแบบเบาสมองสำหรับลูกคนมีเงิน ก็ผมดันมีดวงเลวคอยให้ท้ายเลยทำให้เล่นทีไรเป็นต้องกินเรียบไปเสียทุกครั้ง ถ้าเบื่อเลียบตุ่ยก็ยกพวกไปปิดโต๊ะสนุกแถวหน้ามหาวิทยาลัย หรือไม่ก็ไปโยนโบวลิ่งบ้าง แทงบอลบ้าง พอได้เงินมาก็เอาไปเที่ยวกลางคืนกันต่อ กระทั่งผมสามารถเดินเข้าสู่ถนนสายโลกีย์อย่างมั่นคงและมั่งคั่ง ดังนั้นจึงไม่มีที่ไหนที่ผมกับพวกไม่เคยไป ทั้ง Hollywood Catwalk ป.กุ้งเผา ตรงถนนรัชดา หรือ Mars ที่พัฒน์พงษ์

เมื่อโลกของผมใบใหญ่ขึ้น มันทำให้ผมอยู่อย่างมีความสุขแม้บางครั้งจะมีเรื่องมากวนใจ ค่าที่วิ่งไปชนก้นรถคันหน้าเพราะความเมา หรือวิ่งไปชนเกาะกลางถนนกลางวันแสก ๆ แต่ผมรู้ว่าพ่อกับแม่จะมาช่วยเคลียร์เรื่องให้จบลงได้ด้วยดี ดีเสียอีกมันจะได้เป็นประสบการณ์ชีวิต ในช่วงปีสุดท้ายของการเรียนผมเที่ยวหนักขึ้น ถ้าวันไหนกลับตีสองถือว่าเร็ว ตีสี่ถือว่าปกติ จนในที่สุดมันก็เลยกลายเป็นความเคยชินทั้งของผมและของแม่ ผู้หญิงคนเดียวที่เฝ้ารอการกลับมาของผมในทุกค่ำคืน ความรักของแม่นั้นไม่มีวันหยุดราชการ ไม่ว่าผมจะกลับตีหนึ่ง ตีสอง หรือตีสี่ แม่ก็จะนั่งรออยู่อย่างนั้น พอเช้าขึ้นก็รีบแต่งตัวออกไปทำงาน

ทุกครั้งที่ผมกลับบ้านมันไม่ต่างอะไรกับเศษผ้าขี้ริ้วเก่า ๆ ไร้ค่าผืนหนึ่ง ผมมาในสภาพที่เมามายหัวซุกหัวซุนไม่ได้สติ แค่ประคองตัวให้หัวถึงหมอนได้นี่ก็นับว่าเก่งแล้ว ถ้าวันไหนเมามากหน่อยการนอนของผมจะเลยเถิดไปเป็นอีกหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืน เลยทีเดียว ชีวิตของเราแม่ลูกดูจะสวนทางกันอยู่ตลอดเวลา เพราะเหตุนี้กระมังผมจึงไม่เห็นว่าแม่ตรอมใจมากแค่ไหน หรือมันอาจจะเป็นความตั้งใจของผมเองที่ต้องการเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน เพราะการคุยกับแม่ทุกครั้งมักจบลงด้วยการว่ากล่าวตักเตือน ที่กลายเป็นชนวนแห่งการมีปากเสียงอันทำให้ทั้งผมและแม่ต่างก็เสียใจ ก็ผมเองนั้นน้อยเสียเมื่อไหร่ มักโต้กลับไปด้วยถ้อยคำและอารมณ์ที่รุนแรงจนหลายครั้งที่แม่ต้องนั่งน้ำตาตก แต่ช่างเถอะ ก็สมแล้วเพราะแม่ไม่เข้าใจจิตใจลูกชายเอาเสียเลย ผมนำความภาคภูมิใจมาให้ตั้งมากมายแล้วจะเอาอะไรกับผมอีก แม่น่าจะรู้ว่าผมโตพอที่จะรับผิดชอบชีวิตของตัวเองได้ ส่วนเหล้า บุหรี่และผู้หญิงก็เป็นสิ่งที่ช่วยคลายเครียดได้ดี ทำไมแม่จึงไม่พยายามเข้าใจ?

วันนี้แม่คงดีใจที่ลูกชายจะได้เป็นผู้เป็นคนกับเขาเสียที ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าการบวชในครั้งนี้จะชดเชยกับความเลวระยำที่ผมได้กระทำมา ได้หรือไม่ แต่ผมก็จะขอทำมันให้ดีที่สุด เห็นหลวงพี่เดินมาโน่นแล้วพร้อมมรรคทายกวัด เพื่อนำผมไปโกนผม ที่นั่นมีตา ยาย พ่อ แม่และญาติคนอื่น ๆ รออยู่ก่อน ผมไม่เคยเห็นแม่สดใสมีชีวิตชีวามานานนักหนา มันอาจจะนานพอ ๆ กับอายุของผมเลยทีเดียว รอยยิ้มของแม่มันทำให้หัวใจของผมพองโตคับอก ตาเดินเข้ามาให้พรและตัดผมเป็นคนแรก จำได้ว่าท่านเคยขอร้องให้บวชตั้งแต่อายุ 19 ค่าที่เกิดเป็นหลานชายคนแรก ผมก็ได้แต่ผัดผ่อนเรื่อยมา คราวนี้ได้บวชสมใจตาเสียที แต่คนที่ดูจะมีความสุขที่สุดคือแม่ น้ำตาของแม่บอกกับผมอย่างนั้น มันเป็นน้ำตาแห่งความสุขครั้งแรกของแม่ที่มีความหมายสำหรับคนเลว ๆ อย่างผมมากทีเดียว

 


ผม นั่งพนมมือหลับตาเพื่อไว้อาลัยแก่ชีวิตเก่าที่กำลังจะตายจากเป็นครั้งสุด ท้าย ชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยเริ่มต้นขึ้นอย่างสวยงามเมื่อผมเรียนจบและสามารถสมัคร เข้าทำงานในบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศได้ ด้วยเงินเดือนที่แพงลิบลิ่ว มันสูงกว่าเพื่อนที่จบในรุ่นราวคราวเดียวกันถึง 3 เท่าเลยทีเดียว ผมสนใจเรื่องรถมาแต่ไหนแต่ไรก็เพราะความที่เป็นคนชอบเที่ยว ผมจึงเริ่มต้นชีวิตการทำงานเกี่ยวกับเช่าซื้อรถยนต์ งานของผมนั้นต้องเข้าหาลูกค้า ดังนั้นการพบปะสังสรรค์จึงกลายเป็นความจำเป็น มันช่างถูกกับจริตของผมเสียจริง อย่างนี้กระมังที่เขาเรียกว่างานในอุดมคติ

สมัยที่เศรษฐกิจของไทยกำลังเบ่งบานเป็นดอกเห็ด ยอดขายรถของผมพุ่งทะลุเป้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้ทั้งเงินเดือน โบนัส และไหนจะค่าคอมมิชชั่นต่าง ๆ แต่ให้รายรับได้มามากเท่าไหร่รายเหลือก็ไม่เคยพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ก็ผมมันคนเสมอต้นเสมอปลาย ผมยังเที่ยวของผมทุกคืน ทั้งที่ RCA ทองหล่อ ไม่ก็คอกวัว สุดท้ายมาปักหลักอยู่ที่ถนนข้าวสาร เที่ยวกระทั่งเด็กเสริฟจำได้ว่าผมชอบกินเหล้าอะไร ผสมหนาบางแค่ไหน กับแกล้มอะไร ผมคิดแต่ว่าเมาแล้วสนุกทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องเกรงกลัวใคร มันช่วยให้ผมลืมความเครียดจากงานได้ แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย และพร้อมที่จะสู้กับวันใหม่ของชีวิต หากวันไหนเมาหนักผมก็ลางานมันซะดื้อ ๆ คนเก่งอย่างผมใครจะกล้าว่าอะไร

เมื่อประเทศไทยประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนักในปี 2542 สถาบันการเงินกว่า 40 แห่งต้องปิดตัวลงไป มีคนตกงานทั่วประเทศทั้งพวกที่เป็นแรงงานรายวันและพวกทำงานประจำ มันเป็นยุคที่แม้แต่เศรษฐียังฆ่าตัวตาย ยุคที่เก่งอย่างเดียวไม่พอต้องดีและเฮงด้วย คนที่มีประวัติในการทำงานแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ อย่างผมจึงมีชื่อติดอยู่ในบัญชีรายชื่อพนักงานที่จะโดนปลดแถมยังขึ้นไปอยู่ ในลำดับต้น ๆ แม้จะเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ผมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ท้ายสุดผมเลยต้องระเห็จออกจากงานไปอยู่กับบ้านพักใหญ่

การอยู่กับบ้านกลายเป็นเรื่องยากสำหรับชีวิตนักเที่ยวอย่างผม ขณะที่แม่ดีใจนักหนาที่มีลูกชายมาอยู่ใกล้ ๆ ผมผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ก็เพียรหางานทำจนเกือบจะถอดใจ กระทั่งมาได้งานธนาคารที่เพิ่งตั้งใหม่โดยมีโจทย์แสนยากรออยู่ นั่นคือเป้าขายที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากปีละ 20 คันเป็น 40 คัน กระทั่งเป็น 60 คัน ในภาวะที่เศรษฐกิจพังพินาศ การหาลูกค้ามันยากเสียยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร และถึงแม้ผมจะหามาได้แต่มันก็ไม่เคยพอ เพราะเจ้านายจะปรับยอดให้สูงขึ้นไปอีก ความกดดันในการทำงานทำให้ผมเที่ยวและดื่มหนักขึ้น รวมทั้งมีปากเสียงกับเธอคนนั้นอยู่บ่อย ๆ และแล้ววันที่ความอดทนถึงขีดสุดก็จบลง เมื่อผมตัดสินใจลาออกและเดินจากไปอย่างไม่ใยดี

พิธีการโกนหัวเสร็จสิ้นลงด้วยความรู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ ผมเห็นตัวเองในร่างใหม่ที่ผ่องใส ไม่มีผม ไม่มีคิ้ว ไม่มีความขุ่นมัว ไม่มีความกังวล และจะไม่มีอดีตมาคอยตามหลอกหลอน ผมยินดีกับชีวิตใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น ยกเว้นแววตาที่มันยังคงหยาดเยิ้มตามลักษณะของคนขี้เมา ที่โบราณว่าไว้เห็นจะไม่ผิด แววตาเป็นสิ่งเดียวที่มิอาจซ่อนเร้น มันบอกถึงประสบการณ์ที่ได้กระทำผ่านมาทั้งดีและเลว และแววตาของผมมันก็ค่อนไปทางข้างเลวมากเสียด้วย!

ผมรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เมื่อต้องมานุ่งห่มในชุดขาวสะอาด พร้อมกับนั่งพนมมือแล้วเวียนแห่รอบพระอุโบสถ ที่ถือว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์ของประเทศมาแต่ครั้งโบราณกาล ผมเห็นแม่ยืนยิ้มคอยให้กำลังใจอยู่ไกล ๆ มันยิ่งทำให้ผมอดนึกถึงชีวิตเยี่ยงคนหลงทางที่ผ่านมาไม่ได้ หลังจากออกจากงานผมก็กลับมานอนอยู่ที่บ้านอีกครั้งด้วยความผิดหวัง โลกทั้งใบเหมือนจะหันหลังให้ผม ทั้งเพื่อนทั้งงานและที่สำคัญคือความรัก ทุกอย่างประดังประเดกันเข้ามาแบบไม่ให้โอกาสได้ตั้งตัว

 

ผม ลิ้มรสความผิดหวังจากความรักเป็นครั้งแรกอย่างร้าวราน ได้แต่นอนเลียแผลใจอย่างเงียบ ๆ คนเดียว ในส่วนลึกผมรู้ดีว่า ผมยังคงโหยหาเธออยู่ตลอดเวลา เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน เคยพาเธอไปประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อยู่บ่อย ๆ คว่ำบ้าง ชนบ้างก็เพราะความเมา ทำเธอเสียใจกับความไม่เอาไหนของผมก็บ่อย หรือประหัตประหารเธอด้วยคำพูดจนร้องไห้ก็บ่อยอีก แต่เธอก็สู้อดทนอยู่กับสิ่งเหล่านั้นมาได้ตลอด ก็ด้วยคำว่ารักคำเดียวแท้ ๆ คำที่ผมไม่เคยเห็นค่าของมันเลยกระทั่งมาตกอยู่ในสภาพที่ไม่อาจเหนี่ยวรั้ง เธอไว้ได้อีกต่อไป แม้จะผิดหวังรุนแรงกับการถูกทิ้งแต่ผมก็ขอให้เธอไปดี และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่ากับคนที่ใช่ ดีกว่าที่จะมาจมปลักกับคนไร้อนาคตและไร้หัวใจอย่างผม

การจากไปของเธอกลายเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิต ผมรู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ค่า วันเวลานอกจากจะไม่ได้ช่วยอะไรแล้วยังซ้ำเติมให้ผมยิ่งเจ็บปวด ผมกินเหล้าหนักขึ้นเพื่อต้องการให้ลืมเธอ กระทั่งหันมาพึ่งยาแก้เครียดเพื่อให้ผ่านพ้นคืนวันอันขมขื่นนี้ไปได้ หลังจากหนึ่งปีผ่านไปผมก็เริ่มใช้ยาหนักขึ้นจนทางบ้านเป็นห่วง แล้ววันหนึ่งเชือกที่ขมึงเกลียวก็พลันขาดสะบั้น เสียงร้องโหยหวนทำให้ผมถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน วันนั้นเองที่ผมเห็นหน้าแม่ระบายด้วยสีโศกผสมสีเศร้าเป็นครั้งแรก มันคือความทรมานที่มิอาจอธิบายได้เป็นคำพูด ผมรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียที ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวผมเอง แต่เพื่อผู้หญิงอีกคนของผม...ผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างผมตลอดมาไม่ว่ายามดี หรือยามร้าย ผู้หญิงที่ตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมาผมได้กระทำการอันเป็นการทำร้ายจิตใจเธออย่างหนัก ผู้หญิงคนเดียวที่พร้อมจะให้อภัยผมและรักผมอย่างที่ผมเป็น และวันนี้เธอคือคนที่ยืนเคียงข้างผม ณ ที่แห่งนี้

ผมตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งด้วยจิตใจที่ไม่มั่นคงนักเพราะยังมี อดีตตามติดเป็นเงา โชคดีที่เพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยมซึ่งเป็นราชาที่ดินที่เกาะหมากให้ความเข้า ใจและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เราตกลงจะทำรีสอร์ทร่วมกัน เพราะที่ทางก็พอมี แถมเกาะหมากยังอุดมไปด้วยปะการังที่สวยงาม สวรรค์ของนักดำน้ำและผู้ที่ต้องการมาพักผ่อน ที่สำคัญคือผมรักทะเล มันคืออดีต ปัจจุบัน และจะเป็นอนาคตสำหรับผมต่อไป ทะเลคือสมุดบันทึกแห่งความทรงจำ มันเคยเป็นที่ที่ผมใช้สังสรรค์กับเพื่อนฝูงมาตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงวัยทำงาน มันทำให้ผมเห็นเพื่อนเก่าที่จากกันไปนาน และตอนนี้มันก็กลายเป็นมุมสงบให้จิตใจที่โดนทำร้ายมาอย่างหนักได้ผ่อนพัก คลื่นและลมคือโอกาสใหม่ ๆ ที่ผมเลือกที่จะหยิบยื่นให้กับตัวเอง ผมมองเห็นความหวังบนผืนทรายที่ทอดตัวยาวเหยียดคู่ไปกับผืนน้ำสีคราม รอยยิ้มของเด็กเล็ก ๆ ที่นั่นทำให้ผมมองเห็นคุณค่าของชีวิต แล้วผมก็รู้สึกว่าโลกเริ่มหมุนอีกครั้งพร้อมกับความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคย รู้สึกมาก่อน คืนนั้นเองที่ผมตัดสินใจบวชตามคำขอร้องของตาและเดินทางมาอยุธยาก่อนหน้าที่ จะถึงวันอุปสมบทเพียง 1 วัน

เมื่อเสียงพระคู่สวดจบลง ผมคลานช้า ๆ เพื่อมากราบเท้าแม่ขออโหสิกรรมในสิ่งที่ผมได้กระทำลงไป เราต่างมองตากันเงียบ ๆ ด้วยความเข้าใจ ความเข้าใจที่ครั้งหนึ่งผมทำมันหล่นหาย วันนี้ผมได้นำมันกลับมาคืนเจ้าของแล้วแม้จะชอกช้ำไปบ้าง และผมพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นทดแทนบุญคุณโดยการเดินเข้าสู่เพศบรรพชิตเพื่อ ปฏิบัติธรรมให้ถึงที่สุด ผมก้มลงกราบช้า ๆ ที่เท้าแม่ สัมผัสอันอ่อนโยนแสดงถึงการสำนึกบุญคุณอันเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกสำนึก ผิด มันทำให้แม่ถึงกับน้ำตาร่วงผลอย ผมเงยหน้าขึ้นมองแม่อย่างเต็มตาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาอย่างหนึ่งที่มิได้เอื้อนเอ่ยออกมา แม่เท่านั้นที่จะรู้ว่ามันหมายถึงอะไร ก่อนจะหันหลังเดินเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตั้ง มั่นอยู่ท่ามกลางหมู่พระภิกษุสงฆ์จำนวนหลายสิบรูป ณ เบื้องหน้า เมื่อผมเปลี่ยนจากนาคมานุ่งห่มผ้าจีวรพระ ผมจึงรู้ว่าผมได้มาถึงบ้านของตัวเองแล้ว.....


/me :

  • บุคคล สถานที่ และเนื้อเรื่อง เป็นเรื่องสมมติขึ้น เพื่อความบันเทิงธรรมเท่านั้น หากพาดพิงถึงผู้ใด ขอให้ผู้นั้นมาแก้ต่างเอาเองเถิด 555

บุญรักษาครับ




Recommend